อยากสวยอยากเด่นเริ่มต้นที่การรักษาเส้นผม
สุขภาพผมอยู่ที่การดูแลความเอาใจใส่ ต่อเส้นผมความเอาใจใส่และดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ควรเริ่มต้นจากการเข้าใจเรื่องธรรมชาติของเส้นผมของเราเสียก่อนเพื่อการดูแลและเอาใจใส่เส้นผมอย่างถูกวิธี เส้นผมโดยปกติ(ที่ไม่เป็นกรรมพันธุ์) จะแลดูสวย แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย ก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลบำรุงรักษาทุกวัน ร่วมไปถึงโภชนาการที่ดีและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่มีโรคภัย อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และมีสภาวะทางอารมณ์ในเชิงบวก สุขภาพของเส้นผมก็จะดีตามไปด้วย แต่เมื่อมีเรื่องของกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องได้รับยา และการดูแลที่พิเศษขึ้น ถ้าเราต้องการให้เส้นผมอยู่กับเราไปนานๆ หนังศีรษะเป็นศูนย์กลางของปลายเส้นประสาท และเส้นเลือดมากมาย การนวดหนังศีรษะ จึงเป็นการผ่อนคลายและการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ลดอาการผมร่วงที่เกิดจากความเครียดได้ หลักการนวด แนะนำให้นวดด้วยปลายนิ้วและอุ้งมือ ไม่ควรใช้เล็บเกาหรือนวดแทนโดยเด็ดขาด การนวดหนังศีรษะ ด้วยตนเอง1. เริ่มจากหน้าผาก - ด้วยการใช้มือซ้ายรองต้นคอไว้ ปล่อยศีรษะตามสบาย ใช้อุ้งมือขวาวางพาดไว้บนหน้าผาก กางนิ้วโป้งและนิ้วชี้ แล้วกดไปบนบริเวณคิ้ว ค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปช้าๆ จนเลยแนวเส้นผมประมาณ 1 นิ้ว ทำเช่นนี้ประมาณ 5 ครั้ง 2. นวดหนังศีรษะ- โดยการวางอุ้งมือทั้งสองข้างแนบข้างศีรษะตรงเหนือใบหู ใช้อุ้งมือยกหนังศีรษะขึ้นแล้ว เลื่อนมือในลักษณะวนเป็นวง มือหนึ่งเลื่อนไปทางด้านหน้า อีกมือหนึ่งไปที่กลางกระหม่อม แล้วจึงเลื่อนไปทางศรีษะด้านหลังที่บริเวณท้ายทอย นวดจนทั่วศีรษะ 3. นวดด้วยปลายนิ้ว- เริ่มจากหนังศีรษะด้านข้างทั้งสองด้าน ค่อยๆไล่ขึ้นไปทางด้านหน้า ให้ทั่วหนังศีรษะ ทำเช่นนี้ 5 ครั้ง 4. นวดรอบไรผม- โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลางของแนวผมด้านหน้าผาก ใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงไปรอบๆ จนถึงแนวผมข้างขมับ ด้านข้างจนถึงด้านหลังท้ายทอย ทำเช่นนี้ 5 ครั้ง 5. นวดบริเวณกลางกระหม่อม วางปลายนิ้วที่กลางกระหม่อมนวดวนเป็นวงจากกลางกระหม่อมมาที่ขมับ และจากข้างขมับสู่กลางกระหม่อม ทำเช่นนี้ 5 ครั้ง 6. นวดจากหลังใบหู- ก้มหน้าใช้อุ้งมือซ้ายรองรับหน้าผากไว้ ใช้ปลายนิ้วมือหรืออุ้งมือขวา เริ่มนวดในลักษณะวนเป็นวงจากหลังใบหูไปทางท้ายทอย จนจดหลังใบหูอีกด้านหนึ่ง ทำเช่นนี้ 2 ครั้ง 7. นวดซิกแซ็ก- ใช้ปลายนิ้วนวดสลับจากกลางกระหม่อมสู่ท้ายทอย จากต้นคอด้านซ้ายไปด้านขวา 8. ดึงเส้นผมเบาๆ- ด้วยการกอบเส้นผมด้วยนิ้วมือ ดึงช้าๆ นับ 1-3 แล้วปล่อย ทำเช่นนี้ ให้ทั่วศีรษะ (กรณีรากผมอ่อนแอ ไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย คุณอาจละเว้นข้อนี้ได้)การสระผม สำหรับคนผมมันสกปรกง่าย หรือยู่ในสภาวะแวดล้อม ที่สกปรกมีฝุ่นละออง สามารถสระผมได้ทุกวันโดยไม่เป็นอันตราย สำหรับคุณที่มีปัญหาผมร่วงง่ายไม่แข็งแรง ขอแนะนำให้ใช้แชมพู ที่มีค่า กรดและด่าง (PH) ที่มีค่าอยู่ระหว่าง 5 เพราะเป็นค่าที่มีความเหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง สำหรับคนที่เป็นรังแค การสระผมควรทิ้งแชมพูไว้บนศีรษะประมาณ 3-5 นาที จึงล้างออก ถ้าใช้น้ำอุ่นจะได้ผลดีขึ้น ถ้าเป็นน้อยอาจใช้แค่แชมพูธรรมดา สระให้บ่อยขึ้นและควรหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองที่จะมารบกวนหนังศีรษะ ถ้าเป็นมากจึงค่อยใช้แชมพูขจัดรังแค อาจสระผมวันเว้นวันหรือทุกวัน เมื่ออาการดีขึ้น จึงลดอัตราการใช้ลงการสระผมอย่างถูกวิธี1. ปล่อยให้ผมสยายลงมาตามธรรมชาติขณะสระผม คือถ้าสระผมในท่ายืนสระใต้ฝักบัว หรือก้มสระในอ่างอาบน้ำ2. ใช้น้ำสะอาดชะล้างเส้นผมก่อนที่จะลงแชมพู3. เอาแชมพูใส่ฝ่ามือ พอประมาณให้เกิดฟองได้หมดทั้งศีรษะ4. ฟอกเส้นผมและหนังศีรษะด้วยแชมพู เริ่มที่หนังศีรษะก่อนใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบาๆ อย่าเกาหนังศีรษะหรือขยี้แรงๆ 5. ใช้น้ำสะอาดล้างแชมพูออก โดยใช้นิ้วมือล้างแชมพูออกตั้งแต่โคนเส้นผมไปสู่ปลายเส้นผมอย่างเบาโดยไม่ขยี้หรือเกาศีรษะแรงๆข้อควรระวัง อย่าใช้สบู่สระผม เป็นอันขาดเพราะสบู่ก่อให้เกิด ไคลสบู่ ซึ่งจะจับหรือตกตะกอนเกาะเส้นผมทำให้เส้นผมขุ่นมัวไม่เป็นประกายสดใสและบางรายผมอาจร่วงได้เวลาสระอย่าเกา แค่นวดหนังศีรษะด้วยปลายนิ้ว แต่อย่าใช้เล็บการใช้ครีมนวดผมเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องผมแห้งแตกปลาย จัดทรงยาก แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน จากกรรมพันธุ์เพราะโดยปกติจะมีไขมันออกมาจากศีรษะมากเกินพออยู่แล้ว จะยิ่งสร้างความมันบนเส้นผมเข้าไปอีก การใช้ครีมนวดผม1. สระผมล้างแชมพูออกอย่างหมดจด อย่าให้มีฟองแชมพูตกค้าง2. เทครีมนวดผมใส่ฝ่ามือ3. ฟอกครีมนวดผมกับเส้นผม ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ครีมนวดผมให้ทั่วเส้นผมแล้วทิ้งไว้ ประมาณ 2-5 นาที4. ล้างครีมนวดผมออก โดยให้น้ำชะล้างครีมนวดผมตั้งแต่โคนไปสู่ปลายเส้นผม อย่าขยี้เส้นผมขณะผมเปียก สำหรับการเช็ดผมให้แห้ง ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อเส้นผมอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะถ้าเราไม่เช็ดผม แต่นอนในขณะที่เส้นผมชื้นอาจเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ หลักการเช็ดผม1. ใช้ผ้าขนหนูสะอาด ที่แห้งสนิท ซับเส้นผมที่เปียกน้ำ ไม่ควรเช็ดผมแรงๆ 2. ในขณะที่ผมยังชื้นอยู่ ใช้แปรงหรือหวีสางผมที่พันกันหรือยุ่งเหยิง โดยแปรงเบาๆ 3. ควรปล่อยให้เส้นผมแห้งสนิทตามธรรมชาติ4. หากมีเวลาจำกัด ไม่สามารถรอให้ผมแห้งตามธรรมชาติได้ ก็อาจใช้เครื่องเป่าผมสายไปมาบนศีรษะโดยใช้ความร้อนที่ต่ำสุด หรือพัดลมก็ย่อมได้ การแปรงผม หลักการก็เพื่อขจัดเส้นผมที่หลุดร่วงตามอายุ เซลล์หนังศีรษะเก่า ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจากมลภาวะ และเพื่อช่วยการไหลเวียนโลหิต การแปรงผมให้ถูกวิธี 1. ก่อนอื่นก็ต้องเลือกแปรงที่มีคุณภาพ ขนแปรงกลมไม่แหลมคม และโอนอ่อนตามแรงหวีได้ เช่น หวีที่ทำจากขนสัตว์ที่มีความยืดหยุ่น เช่นขนหมูป่า2. ความถี่ห่างของซี่แปรง นั้นเลือกให้เหมาะกับสภาพและขนาดของเส้นผม 3. ก้มศีรษะขณะหวีผม จะช่วยกระตุ้นการทำงานของหนังศีรษะ แล้วเริ่มแปรงผมย้อนจากต้นคอไปทางหน้าผาก 4. จากนั้นแปรงผมจากด้านข้างทั้งสองข้าง แล้วปิดท้ายด้วยการหวีจากด้านหน้าผากไปด้านหลัง 5. ถ้าหากผมพันกันให้เริ่มแปรงผมจากปลายผมก่อน แล้วแปรงอย่างทะนุถนอมและเบามือที่สุด 6. ควรทำความสะอาดแปรงผม ด้วยแชมพูอย่างอ่อน อย่างน้อยอาทิตย์ละ1-2 ครั้ง ผมแห้ง แตกปลายผมแห้งแตกปลาย เส้นผมประกอบด้วยโปรตีน และวิตามิน สารวิตามินที่สำคัญคือแพนโทเธนิค แอซิด หรือแพนธีนอลหรือวิตามินบี 5 การปฏิบัติผิด ๆ ต่อเส้นผมเป็นต้นว่า การหวี ม้วน ยี ดัด ย้อมผมด้วยสารเคมี ยืดผม น้ำยาเคมีที่ใช้ในการดัดผม โกรกผม หรืออบร้อนเกินไป ถูกแดดลมโกรกมากเป็นเวลานาน เป็นการทำลายโครงสร้างของเส้นผมโดยตรง ผลที่ตามมาคืออาการผมแห้ง เปราะหักง่าย หรือแตกปลายนอกจากโปรตีนและวิตามินบี 5 แล้วยังมีวิตามินบี 6 หรือไพริดอกซิน ไบโอติน และวิตามินอี เป็นส่วนประกอบสำคัญการขาดสารสำคัญเหล่านี้ย่อมเป็นปัจจัยประกอบที่ทำให้ผมขาดความนุ่มสลวยแข็งแรง สมบูรณ์ หากรุนแรงก็กลายสภาพไปเป็นเส้นผมที่มีปัญหาดังกล่าว แชมพูที่มีส่วนผสมของแพนธีนอล จึงมีบทบาทสำคัญต่อความนุ่มสลวยของเส้นผม นอกเหนือไปจากสารอาหารข้างต้นวิตามิน แร่ธาตุ บำรุงเส้นผม วิตามิน แคโรทีน ,วิตามินเอ ,วิตามินบี 2 ,วิตามินบี 5 ,วิตามินบี 6, วิตามินบี 9, วิตามินอี ,วิตามิน อีโนซิตอล ,วิตามินเอฟ ,วิตามินเอช วิตามิน พาบา ,กำมะถัน, แคลเซียม ซิลิคอน ,ซีลีเนียม แมงกานีส ,สังกะสี ,ทองแดง *** อ้างอิงข้อมูลจาก**http://www.hotlinehair.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=392963**
สุขภาพผมอยู่ที่การดูแลความเอาใจใส่ ต่อเส้นผมความเอาใจใส่และดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ควรเริ่มต้นจากการเข้าใจเรื่องธรรมชาติของเส้นผมของเราเสียก่อนเพื่อการดูแลและเอาใจใส่เส้นผมอย่างถูกวิธี เส้นผมโดยปกติ(ที่ไม่เป็นกรรมพันธุ์) จะแลดูสวย แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย ก็ต่อเมื่อได้รับการดูแลบำรุงรักษาทุกวัน ร่วมไปถึงโภชนาการที่ดีและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่มีโรคภัย อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และมีสภาวะทางอารมณ์ในเชิงบวก สุขภาพของเส้นผมก็จะดีตามไปด้วย แต่เมื่อมีเรื่องของกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องก็จำเป็นต้องได้รับยา และการดูแลที่พิเศษขึ้น ถ้าเราต้องการให้เส้นผมอยู่กับเราไปนานๆ หนังศีรษะเป็นศูนย์กลางของปลายเส้นประสาท และเส้นเลือดมากมาย การนวดหนังศีรษะ จึงเป็นการผ่อนคลายและการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ลดอาการผมร่วงที่เกิดจากความเครียดได้ หลักการนวด แนะนำให้นวดด้วยปลายนิ้วและอุ้งมือ ไม่ควรใช้เล็บเกาหรือนวดแทนโดยเด็ดขาด การนวดหนังศีรษะ ด้วยตนเอง1. เริ่มจากหน้าผาก - ด้วยการใช้มือซ้ายรองต้นคอไว้ ปล่อยศีรษะตามสบาย ใช้อุ้งมือขวาวางพาดไว้บนหน้าผาก กางนิ้วโป้งและนิ้วชี้ แล้วกดไปบนบริเวณคิ้ว ค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปช้าๆ จนเลยแนวเส้นผมประมาณ 1 นิ้ว ทำเช่นนี้ประมาณ 5 ครั้ง 2. นวดหนังศีรษะ- โดยการวางอุ้งมือทั้งสองข้างแนบข้างศีรษะตรงเหนือใบหู ใช้อุ้งมือยกหนังศีรษะขึ้นแล้ว เลื่อนมือในลักษณะวนเป็นวง มือหนึ่งเลื่อนไปทางด้านหน้า อีกมือหนึ่งไปที่กลางกระหม่อม แล้วจึงเลื่อนไปทางศรีษะด้านหลังที่บริเวณท้ายทอย นวดจนทั่วศีรษะ 3. นวดด้วยปลายนิ้ว- เริ่มจากหนังศีรษะด้านข้างทั้งสองด้าน ค่อยๆไล่ขึ้นไปทางด้านหน้า ให้ทั่วหนังศีรษะ ทำเช่นนี้ 5 ครั้ง 4. นวดรอบไรผม- โดยเริ่มจากจุดกึ่งกลางของแนวผมด้านหน้าผาก ใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงไปรอบๆ จนถึงแนวผมข้างขมับ ด้านข้างจนถึงด้านหลังท้ายทอย ทำเช่นนี้ 5 ครั้ง 5. นวดบริเวณกลางกระหม่อม วางปลายนิ้วที่กลางกระหม่อมนวดวนเป็นวงจากกลางกระหม่อมมาที่ขมับ และจากข้างขมับสู่กลางกระหม่อม ทำเช่นนี้ 5 ครั้ง 6. นวดจากหลังใบหู- ก้มหน้าใช้อุ้งมือซ้ายรองรับหน้าผากไว้ ใช้ปลายนิ้วมือหรืออุ้งมือขวา เริ่มนวดในลักษณะวนเป็นวงจากหลังใบหูไปทางท้ายทอย จนจดหลังใบหูอีกด้านหนึ่ง ทำเช่นนี้ 2 ครั้ง 7. นวดซิกแซ็ก- ใช้ปลายนิ้วนวดสลับจากกลางกระหม่อมสู่ท้ายทอย จากต้นคอด้านซ้ายไปด้านขวา 8. ดึงเส้นผมเบาๆ- ด้วยการกอบเส้นผมด้วยนิ้วมือ ดึงช้าๆ นับ 1-3 แล้วปล่อย ทำเช่นนี้ ให้ทั่วศีรษะ (กรณีรากผมอ่อนแอ ไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย คุณอาจละเว้นข้อนี้ได้)การสระผม สำหรับคนผมมันสกปรกง่าย หรือยู่ในสภาวะแวดล้อม ที่สกปรกมีฝุ่นละออง สามารถสระผมได้ทุกวันโดยไม่เป็นอันตราย สำหรับคุณที่มีปัญหาผมร่วงง่ายไม่แข็งแรง ขอแนะนำให้ใช้แชมพู ที่มีค่า กรดและด่าง (PH) ที่มีค่าอยู่ระหว่าง 5 เพราะเป็นค่าที่มีความเหมาะสมกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง สำหรับคนที่เป็นรังแค การสระผมควรทิ้งแชมพูไว้บนศีรษะประมาณ 3-5 นาที จึงล้างออก ถ้าใช้น้ำอุ่นจะได้ผลดีขึ้น ถ้าเป็นน้อยอาจใช้แค่แชมพูธรรมดา สระให้บ่อยขึ้นและควรหลีกเลี่ยงฝุ่นละอองที่จะมารบกวนหนังศีรษะ ถ้าเป็นมากจึงค่อยใช้แชมพูขจัดรังแค อาจสระผมวันเว้นวันหรือทุกวัน เมื่ออาการดีขึ้น จึงลดอัตราการใช้ลงการสระผมอย่างถูกวิธี1. ปล่อยให้ผมสยายลงมาตามธรรมชาติขณะสระผม คือถ้าสระผมในท่ายืนสระใต้ฝักบัว หรือก้มสระในอ่างอาบน้ำ2. ใช้น้ำสะอาดชะล้างเส้นผมก่อนที่จะลงแชมพู3. เอาแชมพูใส่ฝ่ามือ พอประมาณให้เกิดฟองได้หมดทั้งศีรษะ4. ฟอกเส้นผมและหนังศีรษะด้วยแชมพู เริ่มที่หนังศีรษะก่อนใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเบาๆ อย่าเกาหนังศีรษะหรือขยี้แรงๆ 5. ใช้น้ำสะอาดล้างแชมพูออก โดยใช้นิ้วมือล้างแชมพูออกตั้งแต่โคนเส้นผมไปสู่ปลายเส้นผมอย่างเบาโดยไม่ขยี้หรือเกาศีรษะแรงๆข้อควรระวัง อย่าใช้สบู่สระผม เป็นอันขาดเพราะสบู่ก่อให้เกิด ไคลสบู่ ซึ่งจะจับหรือตกตะกอนเกาะเส้นผมทำให้เส้นผมขุ่นมัวไม่เป็นประกายสดใสและบางรายผมอาจร่วงได้เวลาสระอย่าเกา แค่นวดหนังศีรษะด้วยปลายนิ้ว แต่อย่าใช้เล็บการใช้ครีมนวดผมเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องผมแห้งแตกปลาย จัดทรงยาก แต่ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน จากกรรมพันธุ์เพราะโดยปกติจะมีไขมันออกมาจากศีรษะมากเกินพออยู่แล้ว จะยิ่งสร้างความมันบนเส้นผมเข้าไปอีก การใช้ครีมนวดผม1. สระผมล้างแชมพูออกอย่างหมดจด อย่าให้มีฟองแชมพูตกค้าง2. เทครีมนวดผมใส่ฝ่ามือ3. ฟอกครีมนวดผมกับเส้นผม ใช้ปลายนิ้วลูบไล้ครีมนวดผมให้ทั่วเส้นผมแล้วทิ้งไว้ ประมาณ 2-5 นาที4. ล้างครีมนวดผมออก โดยให้น้ำชะล้างครีมนวดผมตั้งแต่โคนไปสู่ปลายเส้นผม อย่าขยี้เส้นผมขณะผมเปียก สำหรับการเช็ดผมให้แห้ง ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อเส้นผมอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะถ้าเราไม่เช็ดผม แต่นอนในขณะที่เส้นผมชื้นอาจเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้ หลักการเช็ดผม1. ใช้ผ้าขนหนูสะอาด ที่แห้งสนิท ซับเส้นผมที่เปียกน้ำ ไม่ควรเช็ดผมแรงๆ 2. ในขณะที่ผมยังชื้นอยู่ ใช้แปรงหรือหวีสางผมที่พันกันหรือยุ่งเหยิง โดยแปรงเบาๆ 3. ควรปล่อยให้เส้นผมแห้งสนิทตามธรรมชาติ4. หากมีเวลาจำกัด ไม่สามารถรอให้ผมแห้งตามธรรมชาติได้ ก็อาจใช้เครื่องเป่าผมสายไปมาบนศีรษะโดยใช้ความร้อนที่ต่ำสุด หรือพัดลมก็ย่อมได้ การแปรงผม หลักการก็เพื่อขจัดเส้นผมที่หลุดร่วงตามอายุ เซลล์หนังศีรษะเก่า ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจากมลภาวะ และเพื่อช่วยการไหลเวียนโลหิต การแปรงผมให้ถูกวิธี 1. ก่อนอื่นก็ต้องเลือกแปรงที่มีคุณภาพ ขนแปรงกลมไม่แหลมคม และโอนอ่อนตามแรงหวีได้ เช่น หวีที่ทำจากขนสัตว์ที่มีความยืดหยุ่น เช่นขนหมูป่า2. ความถี่ห่างของซี่แปรง นั้นเลือกให้เหมาะกับสภาพและขนาดของเส้นผม 3. ก้มศีรษะขณะหวีผม จะช่วยกระตุ้นการทำงานของหนังศีรษะ แล้วเริ่มแปรงผมย้อนจากต้นคอไปทางหน้าผาก 4. จากนั้นแปรงผมจากด้านข้างทั้งสองข้าง แล้วปิดท้ายด้วยการหวีจากด้านหน้าผากไปด้านหลัง 5. ถ้าหากผมพันกันให้เริ่มแปรงผมจากปลายผมก่อน แล้วแปรงอย่างทะนุถนอมและเบามือที่สุด 6. ควรทำความสะอาดแปรงผม ด้วยแชมพูอย่างอ่อน อย่างน้อยอาทิตย์ละ1-2 ครั้ง ผมแห้ง แตกปลายผมแห้งแตกปลาย เส้นผมประกอบด้วยโปรตีน และวิตามิน สารวิตามินที่สำคัญคือแพนโทเธนิค แอซิด หรือแพนธีนอลหรือวิตามินบี 5 การปฏิบัติผิด ๆ ต่อเส้นผมเป็นต้นว่า การหวี ม้วน ยี ดัด ย้อมผมด้วยสารเคมี ยืดผม น้ำยาเคมีที่ใช้ในการดัดผม โกรกผม หรืออบร้อนเกินไป ถูกแดดลมโกรกมากเป็นเวลานาน เป็นการทำลายโครงสร้างของเส้นผมโดยตรง ผลที่ตามมาคืออาการผมแห้ง เปราะหักง่าย หรือแตกปลายนอกจากโปรตีนและวิตามินบี 5 แล้วยังมีวิตามินบี 6 หรือไพริดอกซิน ไบโอติน และวิตามินอี เป็นส่วนประกอบสำคัญการขาดสารสำคัญเหล่านี้ย่อมเป็นปัจจัยประกอบที่ทำให้ผมขาดความนุ่มสลวยแข็งแรง สมบูรณ์ หากรุนแรงก็กลายสภาพไปเป็นเส้นผมที่มีปัญหาดังกล่าว แชมพูที่มีส่วนผสมของแพนธีนอล จึงมีบทบาทสำคัญต่อความนุ่มสลวยของเส้นผม นอกเหนือไปจากสารอาหารข้างต้นวิตามิน แร่ธาตุ บำรุงเส้นผม วิตามิน แคโรทีน ,วิตามินเอ ,วิตามินบี 2 ,วิตามินบี 5 ,วิตามินบี 6, วิตามินบี 9, วิตามินอี ,วิตามิน อีโนซิตอล ,วิตามินเอฟ ,วิตามินเอช วิตามิน พาบา ,กำมะถัน, แคลเซียม ซิลิคอน ,ซีลีเนียม แมงกานีส ,สังกะสี ,ทองแดง *** อ้างอิงข้อมูลจาก**http://www.hotlinehair.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=392963**

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก